วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร

การท่องเที่ยวเชิงเกษตร (Agro-Tourism)เป็นการท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้นำกลับไปประยุกต์ใช้หรือประกอบอาชีพได้ เหนืออื่นใดนี่คือการได้หวนกลับไปค้นหา เรียนรู้ เข้าใจ ภาคภูมิใจกับอาชีพเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรม สวนเกษตร สวนสมุนไพร ฟาร์มปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยงแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำต่าง ๆ สถานที่ราชการ ตลอดจน
สถาบันการศึกษาที่มีงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตทางการเกษตร ที่ทันสมัยฯลฯ เพื่อชื่นชมความสวยงาม
ความสำเร็จและเพลิดเพลินในกิจกรรม ทางการเกษตรในลักษณะต่าง ๆ
ได้ความรู้ ได้ประสบการณ์ใหม่ ๆ บนพื้นฐานความรับผิดชอบ และมีจิตสำนึกต่อการรักษา สภาพแวดล้อมของสถานที่นั้น

การคิดค้นนำเอาทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่มีอยู่ในประเทศ จัดกิจกรรม จัดรูปแบบทางการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความสนใจและอยากเดินทางไปเที่ยว เพื่อขยายเส้นทางการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นผู้ประกอบการนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท. ได้แยกประเภททรัพยากรจัดกิจกรรม 9 กิจกรรมและได้นำมาเผยแพร่เป็น Amazing Thailand ประสบความสำเร็จเมื่อสองปีก่อนนั้น ความสำเร็จนี้ ททท. ยังถือแนวเดิมจัดกิจกรรมแต่เพิ่มคุณค่าและคุณภาพ (Value Added) ในแต่ละกิจกรรม เสริมเสน่ห์ทางการท่องเที่ยวให้เป็นกิจกรรมที่ยั่งยืน

สรุปง่ายว่าการท่องเที่ยวเชิงเกษตรนั่นเป็นการส่งเสริมการหารายได้เข้าประเทศมีการส่งเสริมโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.)โดยรวมเอาการท่องเที่ยว(รายได้อันดับ1) และการเกษตร (รายได้อันดับ2) เข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือนักท่องเที่ยวได้ทั่งเที่ยวและชมผลผลิตทางเกษตร ตลอดจนถึงการเรียนวัฒนธรรมของชาวบ้านในพื้นนั่น และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนในเมืองที่จะได้มาเห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ตัวเองไม่เคยรู้มาก่อน

กิจกรรมหนึ่งใน Amazing Thailand ก็คือการเกษตรไทย หรือ Amazing Agricultural Heritage ซึ่งแบ่งเป็นกิจกรรมย่อย ๆ ได้แก่

1. การทำนา (Rice Cultivation) การทำนาปี การทำนาปรัง การทำนาหว่านน้ำตม การทำนาขั้นบันได พิพิธภัณฑ์ข้าว ความรู้เรื่องข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ ประเพณีพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว วัฒนธรรมการกินข้าวไทย เป็นต้น

2. การทำสวนไม้ตัดดอก (Cutting Flowers) การทำสวนดอกไม้เพื่อตัดดอกขายทุกชนิด เช่น สวนกุหลาบ ฟาร์มกล้วยไม้ สวนไม้ดอกไม้ประดับนานาชนิด ไม้กระถางทุกประเภท รวมถึงไร่ทานตะวัน


3. การทำสวนผลไม้ (Horiculture) การทำสวนผลไม้ทุกประเภท รวมทั้งการทำวนเกษตร การทำเกษตรแผนใหม่ การทำสวนผสม รวมถึงการทำสวนยางพารา สวนไผ่ สวนปาล์มน้ำมัน



4. การทำสวนครัวสวนผัก (Vegetables) การปลูกพืชผักสวนครัวทุกประเภท รวมถึงการทำไร่ผัก ไร่ถั่ว ไร่ข้าวโพดข้าวฟ่าง ไร่พริกไทย เป็นต้น
5. การทำสวนสมุนไพร (Herbs) การปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิด เพื่อใช้เป็นอาหารเสริมพืชผักสวนครัวข้างบ้าน เพื่อใช้เป็นเครื่องดื่ม เพื่อใช้เป็นเครื่องสำอาง และเพื่อใช้ในการแพทย์แผนไทย

6. การทำฟาร์มปศุสัตว์ (Animal Farming) การเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์เศรษฐกิจนานาชนิด อาทิการเลี้ยงไหม การทำฟาร์มผึ้ง การทำฟาร์มปลา การเลี้ยงหอยแมลงภู่ หอยแครง หอยนางรม หอยตะโกรม ฟาร์มจระเข้ บางแห่งเพาะขยายพันธุ์สัตว์ป่าหายาก เช่น ฟาร์มนกยูง ฟาร์มไก่ฟ้า ฟาร์มกวาง รวมถึงสวนงูของสภากาชาดไทยด้วย

7. งานเทศกาลผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ( Festival) การจัดงานเพื่อส่งเสริมการขายผลิตผลทางการเกษตร เมื่อถึงฤดูที่พืชผลเหล่านั้นออกชุก อาทิ มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ งานเทศกาลลิ้นจี่ เทศกาลลำไย เทศกาลกินปลา เป็นต้น...

ประโยชน์การท่องเที่ยวเชิงเกษตร
สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว
1. รู้จักการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยวอย่างพอดี เพื่อให้เกิดผงกำไรที่คุ้มค่าทางธุรกิจ

2. ลดการใช้ทรัพยากรเกินความจำเป็น และลดของเสียที่เกิดจากการบริโภค

3. ช่วยกันรักษาและส่งเสริมความหลากหลายของธรรมชาติ สังคม และวัฒนธรรม

4. มีการประสานการพัฒนาการท่องเที่ยวให้เข้ากับกิจกรรมและแผนกลยุทธการพัฒนาของชาติและท้องถิ่น

5. พยายามส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยพิจารณาใช้วัตถุดิบที่มาจากท้องถิ่น

6. เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการพัฒนาการท่องเที่ยว

7. หมั่นปรึกษาหารือระหว่างผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขหรือปรับปรุงข้อผิดพราดอยู่เสมอ

8. ฝึกอบรมบุคลากร เพื่อให้เกิดความรู้และยกระดับมาตรฐานการบริการการท่องเที่ยว

9. เตรียมข้อมูลข่าวสารด้นการตลาด เพี่อสร้างความเข้าใจ และเคารพในสิ่งแวดล้อม

10. วิจัยและติดตามตรวจสอบ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพิ่มพูนความรู้และประโยชน์ต่อแหล่งท่องเที่ยว

สำหรับนักท่องเที่ยว

1. ก่อนเดินทาง ควรศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของสถานที่ที่จะไปท่องเที่ยว เช่น เส้นทาง วิธีการเดินเข้าถึง สภาพดินฟ้าอากาศ เพื่อที่จะเตรียมเสื้อผ้า ของใช้จำเป็นที่เหมาะสม และเพียงพอในการเดินทางท่องเที่ยว และเพื่อกันความผิดหวัง ควรจองที่พักพาหนะเดินทางไว้ล่วงหน้าด้วย

2. ศึกษาประวัติความเป็นมาของสถานที่ท่องเที่ยว จะช่วยให้ท่องเที่ยวได้อย่างสนุกสนาน และได้รับประโยชน์จาการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เข้าใจถึงวัฒนธรรมของท้องถิ่นที่คุณไปเยือน

3. เมื่อเดินทางไปถึง เคารพต่อธรรมเนียมประเพณีนิยมของท้องถิ่นที่คุณไปเยือน มีจิตสำนึกต่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยการปฏิบัติตามกฏกติกาและข้อห้ามของสถานที่นั้นๆ

4. หากท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะ ควรปฏิบัติตามกฏของกลุ่มตรงต่อเวลา ฟังคำแนะนำของหัวหน้าคณะหรือมัคคุเทศน์


5. เพื่อความปลอดภัย ไม่ประมาทเลินเล่อ ปฏิบัติตามกกระเบียบของสถานที่ที่คุณไปเยือน ไม่หลงเชื่อคนแปลกหน้าที่มาแอบอ้างจะอำนวยความสะดวก หรือให้ประโยชน์อื่นๆกับคุณเพื่อหวังทรัพย์สินเงินทอง โดยไม่ตรวจสอบให้แน่ใจก่อน

6. เพื่อความสดสวยของโลก เลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนในพื้นที่ โดยพิจารณาจากนโยบายของธุรกิจ เกียรติบัตรหรือโล่รางวัลที่แสดงความเป็นผู้รักษาสิ่งแวดล้อมที่ได้จากหน่วยงานที่เป็นที่ยอมรับ

7. ไม่ส่งเสริมผู้กระทำผิด ไม่ซื้อหรือสนับสนุนสินค้าที่มาจากสัตว์ป่าหรือพืชพันธ์ที่กำลังจะสูญพันธ์ไปจากโลก โดยศึกษาข้อมูลได้จากหน่วยงานหรือสถาบันที่ดำเนินการด้านนั้น